ปัญญาประดิษฐ์คือนวตกรรมไอทีที่สำคัญในศตวรรษนี้

ปัญญาประดิษฐ์คือนวตกรรมไอทีที่สำคัญในศตวรรษนี้ ข่าวเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ โลกอนาคต

โลกในศตวรรษที่ 21 นี้ นวตกรรมทางด้านไอทีที่สำคัญคือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ปัญญาประดิษฐ์คือความฉลาดของเครื่องจักร ซึ่งแตกต่างจากความฉลาดตามธรรมชาติที่มนุษย์และสัตว์ ซึ่งจะมีสติและอารมณ์เป็นองค์ประกอบร่วมอยู่ด้วย

ขอบคุณภาพปกประกอบจาก INNEREYE

             นอกจากนี้คำว่าปัญญาประดิษฐ์ยังแบ่งระดับความฉลาดออกเป็น 2 ระดับคือ ปัญญาประดิษฐ์โดยทั่วไป หรือ AGI (Artificial General Intelligence) ในขณะที่ความพยายามที่จะเลียนแบบปัญญาธรรมชาติของมนุษย์ เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ทางชีวภาพ หรือ ABI (Artificial Biological Intelligence) 

            ในความหมายในระดับสูงของ AI ให้คำอธิบายสาขาวิชานี้ว่าเป็นการพัฒนา “ตัวแทนอัจฉริยะ” (Intelligence Agent) หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมของมันและดำเนินการต่างๆเพื่อการบรรลุเป้าหมายให้สำเร็จ

            คำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” มักใช้เพื่ออธิบายระบบไอทีของเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ ที่เลียนแบบความสามารถทางด้าน “ความรู้ความเข้าใจ” ที่เชื่อมโยงกับจิตใจมนุษย์เช่น “การเรียนรู้” และ “การแก้ปัญหา”

ขอบคุณภาพประกอบจาก COCONET

ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันคือระบบไอทีอัจฉริยะ

            ดังนั้นปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์จึงหมายถึง ความสามารถทางไอทีของเครื่องจักรระดับสูงซึ่งรวมถึงความสำเร็จในการเข้าใจคำพูดของมนุษย์ การแข่งขันในระดับสูงสุดในระบบเกมเชิงกลยุทธ์ เช่น “หมากรุก” และ “โกะ”  รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง การกำหนดเส้นทางอัจฉริยะในเครือข่าย การจัดเตรียมและวิเคราะห์ข้อมูลและการทำแบบจำลองทางการทหาร

            ศาสตร์ด้านความฉลาดทางธรรมชาตินี้เกิดขึ้นจากสมมติฐานที่ว่าเครื่องจักรสามารถถูกสร้างขึ้นเพื่อจำลองสติปัญญาของมนุษย์ได้

            ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเทคโนโลยี AI ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเนื่องจากความก้าวหน้าด้านไอทีของพลังงานของคอมพิวเตอร์, ข้อมูลปริมาณมากและความเข้าใจเชิงทฤษฎี และ AI กลายเป็นส่วนสำคัญด้านไอทีของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่ท้าทายมากมายในด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์, วิศวกรรมซอฟต์แวร์และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ

ขอบคุณภาพประกอบจาก BUILTIN

การกระตุ้นทางไอทีสามารถสร้างให้ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาตนเองได้

            AI ทั่วไปจะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและดำเนินการต่างๆเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในความสามารถที่ตั้งเป้าหมายไว้ เป้าหมายอาจถูกกระตุ้นโดยปริยายโดยการให้คะแนนเพิ่มสำหรับพฤติกรรมบางประเภท ระบบวิวัฒนาการสามารถกระตุ้นเป้าหมายโดยใช้ฟังก์ชันไอทีทางการกระตุ้น เพื่อทำให้ AI ปรับปรุงตนเองและทำงานซ้ำได้อย่างเหมาะสมและดีกว่าเดิม

            AI สามารถปรับปรุงตัวเองได้โดยการเรียนรู้และการวิเคราะห์พฤติกรรมใหม่ๆ หรือสามารถเขียนอัลกอริทึมอื่นๆด้วยตนเองได้ เรียนรู้ที่จะประเมินฟังก์ชันใด ๆ AI จึงสามารถได้รับความรู้ที่เป็นไปได้โดยพิจารณาจากสมมติฐานที่เป็นไปได้ทั้งหมด การหาวิธีที่ตรงที่สุดและหลีกเลี่ยงการพิจารณาความเป็นไปได้ในวงกว้างที่ไม่น่าจะเป็นประโยชน์  

            แนวทางที่เร็วและเข้าใจง่ายที่สุด สำหรับ AI คือสัญลักษณ์ แนวทางที่สองโดยทั่วไปคือการอนุมาน แนวทางที่สามซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในแอปพลิเคชัน AI คือตัวเปรียบเทียบ แนวทางที่สี่คือสิ่งที่ยากที่จะเข้าใจคือการใช้สัญชาตญาณ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากวิธีการทำงานของกลไกของสมอง วิธีเครือข่ายประสาทเทียมโดนใช้ “เซลล์ประสาท” เทียมที่สามารถเรียนรู้ได้ โดยเปรียบเทียบตัวเองกับผลลัพธ์ที่ต้องการและปรับเปลี่ยนจุดแข็งของการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทภายใน เพื่อ “เสริมสร้าง” การเชื่อมต่อที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์ แนวทางหลักทั้งสี่นี้สามารถสร้างขึ้นด้วยระบบวิวัฒนาการทางไอที

            เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์แล้ว AI ในปัจจุบันอาจจะยังขาดคุณสมบัติของ “การใช้เหตุผลร่วมกัน” ของมนุษย์ และมนุษย์ยังมีกลไกอันทรงพลังของ “จิตวิทยาพื้นฐาน” ซึ่ง AI ยังมีปัญหาในการแยกแยะด้วยตัวเอง

            ตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองในปัจจุบันไม่สามารถให้เหตุผลเกี่ยวกับความตั้งใจของคนเดินถนนในแบบที่มนุษย์สามารถทำได้และต้องใช้รูปแบบการหาเหตุผลเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

#ปัญญาประดิษฐ์ #AI อัจฉริยะ #เทคโนโลยีล้ำโลก