เรื่องจริง 5 ข้อ ของการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ตโฟน Android และ iOS ที่หลายคนยังไม่รู้

เรื่องจริง 5 ข้อ ของการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ตโฟนที่หลายคนยังไม่รู้ l ข่าวเทคโนโลยี

สำหรับอุปกรณ์ชาร์จแบตเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญมากในระหว่างวัน โดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์สมาร์ตโฟน ที่บอกได้เลยว่าวันไหนที่ออกจากนอกบ้านแล้วลืมเอา รับรองเลยว่าชีวิตอยู่ไม่สุขเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสนุกสนานที่สามารถเล่นในเครื่องสมาร์ตโฟนแล้ว โทรศัพท์มือถือของเรายังใช้ในการจ่ายเงินและทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆอีกด้วย ที่ชาร์จแบตจึงไม่สามารถลืมไว้ที่ไหนได้เลย

ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่เรียกกันว่า Fast Charge ที่สามารถเพิ่มกระแสไฟเข้าระหว่างที่ชาร์จแบตกับการชาร์จแบตเตอรีสมาร์ตโฟนของเรา ให้สามารถชาร์จได้เร็วมากยิ่งขึ้น จึงทำให้คนมากมายเป็นห่วงว่าโทรศัพท์ของเราจะมีปัญหาหรือไม่หากชาร์จไฟได้เร็วขนาดนั้น วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยต่างๆให้กับทุกๆคนให้เข้าใจกัน

5 เรื่องจริงของการชาร์จแบตสมาร์ตโฟน

1. การชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ตโฟน ด้วย Fast Charge ไม่ได้ทำให้แบตเตอรี่พัง ด้วยหัวชาร์จโทรศัพท์ในช่วงแรกๆ เรามีกำลังไฟฟ้าเพียงแค่ 5 W เท่านั้น จึงทำให้มีการพัฒนาให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วขึ้น ซึ่งแบตของเรานั้นสามารถรับแรงดันไฟฟ้าได้อยู่แล้ว Fast Charge จึงได้พัฒนาตัวทดลองมาก่อน โดยที่มีการส่งกำลังไฟฟ้าอยู่ที่ 25 W สำหรับแบตก้อนใหญ่ของสมาร์ตโฟนของ Samsung ที่แถมให้ และ 18W ของ iPhoneที่ติดมากับเครื่อง ปัจจุบันมีการทดลองมาสักระยะหนึ่งแล้วว่าไม่มีผลเสียกับสมาร์ตโฟน จึงได้ออกหัวชาร์จที่มีกำลังไฟถึง 45-55W แน่นอนเลยว่า เพียงระยะเวลาแค่ 10-30 นาที ก็สามารถเพิ่มพลังงานในแบตเตอรรี่สมาร์ตโฟนได้ถึง 70-100%

2. การชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ตโฟน  เราไม่สามารถชาร์จไฟให้เกิน 100% ได้ มีหลายๆคนอาจจะสงสัยว่า หากเราชาร์จไฟสมาร์ตโฟนจนเต็มแล้ว หากเราเสียบที่ชาร์จเข้าไปอีกอาจตจะเพิ่มกระแสไฟเข้าไปได้อีก Venkat Srinivasan นักวิจัยแบตเตอรีจาก Argonne National Laboratory และผู้อำนวยการ Argonne Collaborative Center for Energy Storage Science เผยว่า แบตเตอรี่จะถูกออกแบบมาเพื่อตัดไฟเมื่อมีพลังงานเต็มแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถรับพลังงานเพิ่มเมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้ว

3. อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือ 0 % สำหรับโทรศัพท์สมัยก่อนอาจจะเป็นไปได้ ที่แบตเตอรี่เหลือ 0% แล้วจะทำให้แบตเสื่อมสภาพ แต่สมาร์ตโฟนในปัจจุบันได้ออกแบบในการปิดเครื่องก่อนที่แบตเตอรี่จะเหลือ 0% อยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทำการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ตโฟนต่อไป

4. อุณหภูมิสูงทำให้แบตเตอรี่หมดสภาพไวจริง Isidor Buchmannz ผู้บริหารของบริษัทแบตเตอรี Cadex Electronics การปล่อยให้แบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาจะยิ่งทำให้แบตเตอรี่เสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

5. การชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ตโฟน โดยใช้ที่ชาร์จแบตต่างแบรนด์สามารถชาร์จกันได้ มีหลายคนอาจจะเข้าใจผิด และกลัวสมาร์ตโฟนพัง ซึ่งแท้จริงแล้วเพียงแค่หัวชาร์จและกระแสไฟที่เหมาะสมต่างหาก ที่เป็นปัจจัยสำคัญชองการเพิ่มพลังงานให้กับแบตเตอรี่

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการชาร์จแบตเตอรีสมาร์ตโฟนทีเรานำมาแนะนำกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ใช้งานโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี

#ข่าวเทคโยโลยี #battery #smartphone